สวัสดีหน้าฝน จะไปไหนมาไหนหลายคนมักจะบ่นเป็นเสียงเดียวว่ากลัวเปียก กลัวแฉะ ไม่อยากไปไหนเลย แต่ถ้าจะบอกว่าเราอยู่ใต้ฟ้าจะกลัวไปใยกับน้ำฝน หากเรามีการเตรียมความพร้อมซะอย่าง เราก็ไปได้ทุกที่ ถ้ามองอีกมุม หลังฝนตกคราใดท้องฟ้าก็จะแจ่มใส ใบไม้ใบหญ้า ก็มีความเขียวขจีขึ้นมาทันที ที่เราๆ ได้ยินได้ฟังภาษาของการท่องเที่ยวก็คือ “Green Season” นั่นเอง

วันนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลำปาง ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางมาที่ จ.ลำพูน และลำปาง เพื่อมาสัมผัสกลิ่นอายดินแดนอารยธรรมเก่าแก่แห่งล้านนา อายุมากกว่า 1400 ปี และจะพาทุกท่านมาร่วมกิจกรรมครั้งสำคัญในชีวิตในวันแม่ 12-14 สิงหาคม 2560 ขอบอกได้เลยว่า  “ทริปอมตะ เลอค่า ครั้งเดียวในชีวิต”  ต้อง…ห้ามพลาด  ทริปนี้มีอะไรดีๆ บ้าง เชิญตามมาเลยค่ะ

…ที่นี่จังหวัดลำพูน เมื่อเดินทางมาถึง จ.ลำพูนแล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดวาอาราม โบราณสถานที่สำคัญๆ ที่เราไม่ควรพลาด

พระธาตุหริภุญชัย

พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองลำพูน และยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีระกาตามคติของชาวล้านนา พระธาตุองค์นี้สร้างขึ้นใน พ.ศ.1651 ในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช กษัตริย์องค์หนึ่งของอาณาจักรหริภุญชัย ต่อมาได้รับการบูรณะต่อเติมมาเป็นลำดับ ปัจจุบันกลายเป็นปูชนียสถานสำคัญในภาคเหนือ เป็นที่เคารพสักการะของชาวลำพูนและนักท่องเที่ยวมากมาย

วัดจามเทวี

วัดเก่าแก่ก่อตั้งคู่ดินแดนล้านนามาอย่างยาวนาน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดกู่กุด”  สัณนิฐานว่าพระนางจามเทวีสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1298 โดยใช้ช่างฝีมือชาวละโว้ ลักษณะพระเจดีย์เป็นสี่เหลี่ยมแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย แต่ละด้านมีพระพุทธรูปยืน ปางประทานพรอยู่เป็นชั้นๆ ภายในเจดีย์บรรจุอัฐิของพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย ตามตำนานเล่าว่าเจ้าอนันตยศและเจ้ามหันตยศ ราชโอรสของพระนางจามเทวีได้สร้างขึ้น เพื่อบรรจุอัฐิของพระนางเมื่อ ปี พ.ศ. 1298 เดิมมียอดห่อหุ้มด้วยทองคำ ต่อมาจะเป็นสมัยใดไม่ทราบชัด ยอดพระเจดีย์หักหายไปชาวบ้านจึงเรียกว่า กู่กุด หรือมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า พระเจดีย์สุวรรณจังโกฏ นอกจากนั้นยังมี รัตนเจดีย์ซึ่งตั้ง อยู่ทางขวาของวิหาร สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 17 โดยพระยาสรรพสิทธิ์ ฐานล่างสุดเป็นรูป 8 เหลี่ยม มีเส้น ผ่าศูนย์กลาง 4.40 เมตร สูงจรดยอด 11.50 เมตร องค์เจดีย์เป็นรูปสี่เหลี่ยมแต่ละเหลี่ยมเจาะเป็นซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนก่ออิฐถือปูนทั้งองค์

อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี

อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ตั้งอยู่ตำบลในเมือง บริเวณสวนสาธารณะหนองดอก สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระนางจามเทวี ซึ่งเป็นองค์ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย พระนางเป็นปราชญ์ที่มีคุณธรรม มีความสามารถ พร้อมทั้งความกล้าหาญ อีกทั้งเป็นผู้นำพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมมาเผยแพร่ในดินแดนแถบนี้จนมีความรุ่งเรืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน  เป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองลำพูนและจังหวัดใกล้เคียง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฏราชกุมารได้เสด็จมาทรงเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2525

กู่ช้าง-กู่ม้า

เป็นโบราณสถานที่ศักดิ์สิทธ์ของชาวลำพูน กู่ช้างเป็นสุสานช้างศึกคู่บารมีของพระนางจามเทวี ชื่อ “ภูก่ำงาเขียว” ซึ่งหมายถึงช้างผิวสีคล้ำ งาสีเขียวที่ทรงอานุภาพและ อิทธิฤทธิ์ในสงคราม และมีเรื่องเล่ากันว่าเมือเกิดศึกสงครามเจ้าช้างเชือกนี้มองไปที่ผู้ใดจะทำให้ผู้นั้นมีอันเป็นไปหรือเสียชีวิต ส่วนกู่ม้า เป็นสุสานม้าทรงของพระโอรสของพระนางจามเทวี

วัดมหาวัน

ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยที่พระนางจามเทวีครองเมืองหริภุญชัย ตำนานเล่าว่า เมื่อพระนางจามเทวีเสด็จมาครองเมืองหริภุญชัยนั้น พระองค์ได้อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญมาด้วย 2 องค์ คือ พระเสตังคมณี (พระแก้วขาว) และพระพุทธสิกขิ (พระศิลาดำ) พระองค์ทรงสร้างวัดมหาวันขึ้นและประดิษฐานพระศิลาดำไว้ที่นี่ ต่อมาหริภุญชัยเกิดสงครามกับขุนลัวะวิลังขะ พระฤๅษีจึงใช้พระศิลาดำเป็นต้นแบบสร้างพระเครื่องรางแจกจ่ายชาวเมืองเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการออกศึก พระเครื่องส่วนที่เหลือบรรจุไว้ในเจดีย์ที่วัดมหาวัน ต่อมาเมื่อเจดีย์หักพังลง ชาวบ้านจึงนำพระเครื่องเหล่านี้ไปบูชาและพบอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ พระเครื่องเหล่านั้นได้ชื่อว่า  “พระรอด” และที่วัดมหาวันนี้เป็นวัดสำคัญต้นกำเนิดพระรอดลำพูน หนึ่งในพระเครื่องชุดเบญจภาคี ที่มีราคาแพงที่สุดองค์หนึ่ง ประกอบด้วย พระสมเด็จวัดระฆัง, พระรอดมหาวัน, พระนางพญา, พระผงสุพรรณ และพระซุ้มกอ

สำหรับเซียนพระดังๆ จะรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างดี และในทริป “อมตะ เลอค่า ครั้งเดียวในชีวิต”  จะพาทุกท่านเข้าร่วมพิธีศักิด์สิทธิ์ และที่สำคัญทุกท่านจะได้ร่วมสร้างพระรอดลำพูนให้แม่ หรือแม่ให้ลูกแบบ DIY. ( Do It Yourself ) พระรอดทุกองค์ที่ท่านสร้างจะมีเพียงองค์เดียวในโลก ที่บรรจุเส้นเกศาของมารดาผู้เป็นแม่ของทุกคน และทุกท่านจะได้ร่วมแผ่พลังอภิจิตอธิฐานอานุภาพแห่งพุทธคุณลงในองค์พระ พร้อมกับพิธีพุทธภิเสกกับพระคุณเจ้าเพื่อเป็นมรดกอันล้ำค่าต่อไป

วัดพระยืน

วัดพระยืน เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งสันนิษฐานว่าพระนางจามเทวีทรงสร้างขึ้นในราว พ.ศ.1213 ชื่อของวัดพระยืนมาจากองค์พระพุทธรูปยืนเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1606 ในสมัยพระเจ้าธรรมมิกราช (กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งหริภุญชัย) และต่อมาใน พ.ศ.1712 พระยากือนา ผู้ครองนครเชียงใหม่และลำพูน ได้สร้างพระพุทธรูปยืนเพิ่มเติมขึ้นอีก 3 องค์

เจดีย์วัดพระยืน มีลักษณะโดดเด่นตรงที่เป็นศิลปกรรมพม่า คล้ายกับเจดีย์วัดสัพพัญญูในเมืองพุกาม สร้างยกพื้นลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ มีบันไดเดินขึ้นสู่ลานประทักษิณชั้นบนที่ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว และมีเจดีย์บริวารองค์เล็กอยู่ทั้ง 4 มุม องค์เจดีย์งดงามน่าชมยิ่งนัก

ขอเชิญทุกท่านร่วมปั้นพระเพื่อบรรจุในเจดีย์ ถวายเป็นพุทธบูชาสืบทอดบวรพุทธศาสนา เป็นศรีมงคลแก่ตนเอง และวงศ์ตระกูลสืบไป พร้อมชมถนนสายแรกของจังหวัดลำพูนอายุกว่า 1400 ปี

เมืองต้องห้าม….พลาด จังหวัดลำปาง เขลางค์นคร เมืองแห่งรถม้า เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา

มาถึงลำปางแล้วเราต้องรู้ ต้องเห็น ต้องมาสัมผัสให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะไปได้ทางลัดของเรานั่นคือนั่งรถรางชมเมือง จุดนัดพบกันที่ วัดประตูป่อง นั่งรถรางเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่ามะโอ ย่านเมืองเก่าของจังหวัดลำปางซึ่งนับว่ามีอายุเก่าแก่นับ 100ปี และที่นี่ในอดีตเป็นย่านการค้าไม้ของจังหวัดลำปาง ระหว่างเที่ยวชมย่านนี้จะได้ชมประวัติศาสตร์ที่สำคัญๆ และยังจะพาท่านชมวัดสำคัญๆ งดงามตามรอยอารยธรรมล้านนาตะวันตก อาทิ วัดปงสนุก, วัดพระแก้วดอนเต้า, กราบสังขารหลวงพ่อเกษม เขมโก, วัดประตูต้นผึ้ง, วัดประตูป่อง

วัดประตูป่อง

วัดประตูป่อง อยู่ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ปูชนียวัตถุ มีพระพุทธรูปลงรักปิดทอง โบราณสถานมีเจดีย์และวิหารซึ่งสร้างขึ้นสมัยเจ้าญาณรังษี เจ้าผู้ปกครองนครลำปาง สร้างขึ้น พ.ศ. 2409

ส่วนวัดประตู่ป่องสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2120 ตามประวัติเมืองลำปางในเขตตำบลเวียงเหนือนี้ สมัยโบราณคือ เมืองนครเขลางค์ สร้างขึ้นราว พ.ศ. 1223 มีลักษณะคล้ายรูปหอยสังข์ มีกำแพงชั้นบน เป็นอิฐ ชั้นล่างเป็นคันดิน คาดว่าชั้นอิฐเป็นกำแพงที่สร้างเสริมในรุ่นหลัง ความยาวโดยรอบราว 4,400 เมตร พื้นที่ราว 600 ไร่

วัดปงสนุก

วัดปงสนุก หรือวัดปงสนุกเหนือ ตั้งอยู่ในเขต ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง เป็นวัดสำคัญคู่กับจังหวัดลำปางมาช้านาน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยที่เจ้าอนันตยศ ราชบุตรของพระนางจามเทวีแห่งหริภุญชัย (ลำพูน) เสด็จมาสร้างเขลางค์นคร (ลำปาง) เมื่อ พ.ศ.1223 หรือ 1,328 ปีก่อน

ที่ผ่านมา พระครูโสภิตขันตยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดปงสนุกด้านเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง พึ่งรับมอบรางวัลดี (Award of Merit) ด้านการอนุรักษ์มรดกทางด้านวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ตามโครงการ 2008 Asia-Pacific Heritage Award for Cultural Heritage Conservation จากองค์การ UNESCO

 

วัดพระแก้วดอนเต้า

วัดพระแก้วดอนเต้า มีตำนานกล่าวว่า นางสุชาดา ได้พบแก้วมรกตในแตงโม (หมากเต้า) และนำมาถวายพระเถระรูปนั้นจึงจ้างช่างให้นำมรกตนั้นไปแกะสลักเป็นพระพุทธรูปซึ่งก็คือ พระแก้วดอนเต้า ซึ่งต่อมาได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระธาตุลำปางหลวงสาเหตุจากตำนานบอกว่า มีผู้ไปฟ้องเจ้าเมืองลำปางในขณะนั้นว่า พระเถระและนางสุชาดาคบหาในลักษณะชู้สาว เจ้าเมืองลำปางจึงให้จับนางสุชาดาไปประหารชีวิตริมน้ำ ก่อนสิ้นพระนางได้หันกลับมามองวัดพระแก้วดอนเต้า ความทราบถึงเจ้าเมืองจึงดำริให้สร้างวัดเป็นอนุสรณ์ ณ จุดประหาร และได้ตั้งชื่อว่าวัดนางเหลียว ส่วนพระเถระองค์นั้นทราบข่าวก็ได้อัญเชิญพระพุทธรูปหนีไป โดยได้นำไปฝากไว้ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงจนถึงปัจจุบัน

 

กราบสังขารหลวงพ่อเกษม เขมโก ณ สุสานไตรลักษณ์

หลวงพ่อเกษม เขมโก หรือ ครูบาเจ้าเกษม เขมโก (นามเดิม เจ้าเกษม ณ ลำปาง) เป็นพระเถระและเกจิอาจารย์ ผู้เคร่งครัดในธุดงควัตร ปลีกวิเวก พุทธศาสนิกชนในจังหวัดลำปาง และชาวไทยเคารพนับถือว่าท่านเป็นพระเถราจารย์ปูชนียบุคคลรูปหนึ่งของประเทศไทย และมีผู้มีความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน อีกทั้งท่านยังเป็นเจ้านายในราชวงศ์ทิพย์จักร ที่ออกผนวชอีกด้วย

หลวงพ่อเกษม เขมโก เป็นพระสายวิปัสสนาธุระ ไม่ยึดติดแม้แต่สถานที่ ท่านได้ปฏิบัติธรรม ณ สุสานไตรลักษณ์ตลอดชนม์ชีพ เป็นพระที่เคารพสักการะของคนในจังหวัดลำปางและทั่วประเทศ ท่านปฏิบัติศีลบริสุทธิ์ตามพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยไม่ติดยึดในกิเลสทั้งปวง สรีระของท่านนั้นก็ยังความอัศจรรย์ด้วยเนื่องจากไม่เน่าเปื่อยเหมือนอย่างสังขารทั่วไป ทั้งยังเขียนป้ายบอกผู้ที่มาเคารพสรีระท่านด้วยว่า ให้พนมมือไหว้ที่หน้าอกเพียงครั้งเดียวแล้วไม่ต้องกราบนะคะ

ชุมชนแกะสลักบ้านหลุก

หมู่บ้านหลุกเป็นชุมชนเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง หมู่บ้าน OTOP แห่งนี้ได้รับรางวัลทั้ง 4 ดาวและ 5 ดาว  เพื่อเป็นการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในครัวเรือนด้านการท่องเที่ยว และสินค้าหัตถกรรม โดยมีการนำไม้จามจุรี หรือไม้ฉำฉา และไม้สักมาแกะสลักเป็นรูปต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ที่สามารถนำมาให้ประโยชน์ในบ้านได้ อย่างเช่น แกะสลักไม้เป็นรูปสัตว์ต่างๆ ตั้งแต่ตัวเล็กๆ จนถึงขนาดใหญ่ เป็นโต๊ะ เป็นเก้าอี้ เครื่องประดับต่างๆ  จำหน่ายราคาขายส่ง สามารถซื้อเป็นของฝาก หรือจะสั่ง Order ทางชุมชนแห่งนี้ก็จัดหาให้ได้เช่นกัน รายละเอียดคงต้องสอบถามแต่ละบ้านกันเองได้เลย

ด้วยเวลาที่จำกัดช่วงเวลาแห่งความสุขแห่งดินแดนล้านนาที่เดินทางมากัน 3 วัน 2 คืน ก็ต้องหมดลง แต่มนต์ขลังยังคงติดตราตรึงใจ มิเสื่อมคลาย มาเที่ยวแล้วก็ยังอยากมาเที่ยวอีก ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งดินแดนล้านนาด้วยกัน ที่สำคัญกับภารกิจ “อมตะ เลอค่า ครั้งเดียวในชีวิต” ตามโครงการแอ่วล้านนาหน้าฝน ยลเมืองหละปูน แลเขลางค์นคร  เพื่อร่วมสร้างพระรอดลำพูนให้แม่ หรือแม่ให้ลูกแบบ DIY. ( Do It Yourself ) ซึ่งทางคณะจะเดินทางไปวันที่ 12-14 สิงหาคม 2560  *รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถาม 095 950 1559

 

ขอขอบคุณ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลำปาง 054 222 2214-5

Travel Line : 089 108 8484, 095 950 1559

ภาพ : www.phototechthailand.com