สกสว. พร้อมด้วย ภาคีวิจัยร่วมกันหารือจัดลำดับความสำคัญงานวิจัยแก้โควิด – 19 ปีงบประมาณ 2564 เฟ้นหาโจทย์จำเป็น เน้นการแก้ปัญหาทั้งในเชิงการแพทย์ พร้อมเชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างสมดุล

ศ.นพ. สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) เปิดการประชุม “การจัดสรรงบประมาณพร้อมรับมือโควิด – 19” ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ โดย รศ.ดร ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. เปิดเผยข้อมูลว่า การประชุมครั้งนี้มีขึ้นเพื่อระดมสมอง แนวทางการจัดลำดับการจัดสรรงบวิจัยรับมือโควิด – 19 ที่มีการวางกรอบงบประมาณวิจัยไว้ 1,200 ล้านบาท ซึ่งสืบเนื่องจากการจัดสรรงบประมาณไปแล้วจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ภายใต้การดูแลของ สกสว. ในช่วงปี 2563 ตลอดจนเป็นพื้นที่ของการออกแบบการทำงานร่วมกันสำหรับงบประมาณวิจัยปี 2564 – 2565

โอกาสนี้ ศ.นพ. สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ได้กล่าวถึงความจำเป็นที่ประเทศต้องมีนโยบายการลงทุน ววน. ด้านการแพทย์ ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์โควิด – 19 สังคมรับทราบว่าประเทศไทยรับมือได้ดี มีจำนวนผู้ป่วยน้อย มีอุปกรณ์การแพทย์ที่พอเพียง พร้อมทั้งมีแผนรองรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นอีก ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกันระหว่างหลายภาคส่วนเพื่อแก้ปัญหาทั้งเชิงสุขภาพและเศรษฐกิจ จากสถานการณ์โควิด – 19 ทำให้เห็นความจำเป็นของการที่ประเทศไทยต้องลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมด้านการแพทย์ ทั้งหมดด้วย โดยควรเป็นการวิจัยที่แก้ปัญหาทั้งทางต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัคซีน การแพยท์ทางไกล ระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (E – Health) ซึ่งต้องทำเชื่อมโยงร่วมกันทั้งหมด เครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมการแพทย์ การประกันอุปกรณ์การแพทย์ สมุนไพร ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ จีโนมิกส์ (การวิจัยด้านกลุ่มยีน หรือพันธุกรรมของเซลล์สิ่งมีชีวิต) เป็นต้น

ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) รักษาราชการแทน ผอ.วช. ได้นำเสนอ ผลงานจากการสนับสนุนงบประมาณ ววน. สำหรับโรคโควิด – 19 ในปีงบ 2563 ผ่านมาว่า วช. สนับสนุนทุนวิจัยทั้งในเรื่องชุดตรวจโควิด หน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัย การคิดค้นวัคซีน การเยียวยาและลดผลกระทบ การวิจัยด้านเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา การวิจัยเชิงเศรษฐกิจและสังคม การกำจัดเชื้อในอุปกรณ์เวชภัณฑ์ต่างๆ โดยมีการจัดเวทีระดมสมองจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders) เพื่อให้ได้แผนงานวิจัย โจทย์วิจัยที่จำเป็นกับสถานการณ์จริง ภายใต้งบประมาณกว่า 360 ล้านบาท โดยสัดส่วนของงบประมาณอยู่ที่เรื่องวัคซีนมากที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับกรอบวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ออกแบบไว้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน วช. ยังคงติดตามสถานการณ์การทำงานของหน่วยงานภาครัฐถึงการออกแบบมาตรการต่างๆ เพื่อให้เกิดการสนับสนุนการวิจัย ให้ได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายที่สำคัญของประเทศต่อไป

ต่อมาในที่ประชุม นำโดย นายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ที่ปรึกษาสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข ด้านการต่างประเทศ เป็นประธานหารือ ร่วมกับ สกสว. สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) หน่วยงานภาคีวิจัยอย่าง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) หน่วยบริหารจัดการทุนวิจัย (พีเอ็มยู) มหาวิทยาลัยต่างๆ ตลอดจน กองยุทธศาสตร์และแผนงาน – กระทรวงสาธารณสุข (กยผ.) สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) และ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อจัดลำดับความสำคัญของการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการจัดสรรงบประมาณรับมือโควิด – 19 โดยเบื้องต้นที่ประชุมเสนอประเด็นวิจัยเร่งด่วนของประเทศ ทั้งในประเด็น การวิจัยเตรียมพร้อมกรณีเกิดโรคระบาดเร่งด่วนในอนาคตอีก จริยธรรม (สิทธิการได้รับวีคซีนก่อนหลัง) วัคซีนที่ดีที่สุดควรมีประสิทธิภาพอย่างไร ประเทศไทยควรลงทุนทำวัคซีนเพื่อรองรับการรักษาและนำไปสู่การขายเชิงพาณิชย์ การพัฒนาทุนมนุษย์ด้านการวิจัยทางการแพทย์ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของศูนย์สัตว์ทดลองการลงทุนในห้องปฏิบัติการ (Laboratory) เวชภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษา เป็นต้น อย่างไรก็ตามข้อสรุปสำคัญจากการประชุมนี้ จะนำไปสู่กระบวนการต่อไปของการจัดลำดับความสำคัญของงานวิจัยโควิด – 19 และการออกแบบแผนวิจัยต่อไป