นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การขับเคลื่อน “พืชทางเลือกสมุนไพรเศรษฐกิจฐานราก ระหว่าง 9 หน่วยงาน โดย นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวต้อนรับ และ ร.อ.อุบล พุทธรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้กล่าวรายงาน ในฐานะเจ้าภาพผู้ดำเนินการจัดงานลงนามความร่วมมือ ระหว่าง สภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก กับ 8 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก นิคมสร้างตนเองบางระกำ นิคมสร้างตนเองทุ่งสาน จังหวัดพิษณุโลก และเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรจังหวัดพิษณุโลก เพื่อความร่วมมือในการแสดงพลังสำหรับการขับเคลื่อนพืชทางเลือกสมุนไพรเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง และเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่


          นายจุติ กล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมายในการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายได้สูง โดยใช้พื้นที่เกษตรให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ
BCG พ.ศ. 2564-2569 โดยยกระดับภาคการเกษตรดั้งเดิมไปสู่เกษตรอัจฉริยะ (สมาร์ทฟาร์มมิ่ง) และเกษตรปลอดภัย (GAP) เพื่อเป็นทางรอดให้แก่ประเทศ รวมทั้งการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ โดยอาศัยคุณค่าของ ความหลากหลายทางชีวภาพและ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่มีอยู่เฉพาะในแต่ละภูมิภาคของประเทศ มาผนวกกับการบริหารจัดการสมัยใหม่ ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มด้วยองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและเปิดโอกาสให้แต่ละพื้นที่สามารถพึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเอง และรวมกันเป็นกลุ่มอย่างมีพลังที่เข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นับเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

         นายจุติ กล่าวต่อไปว่า วันนี้ถือเป็นความน่ายินดีที่สภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยสถาบันการศึกษาต่างๆ ในพื้นที่ เข้ามาให้การสนับสนุนด้านองค์ความรู้ นวัตกรรมที่เหมาะสมตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชทางเลือกสมุนไพรเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจน กอ.รมน. จังหวัดพิษณุโลก ที่เข้ามาสนับสนุนกำลังพล และส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์พืช ไปสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมที่เหมาะสม ทั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้ นับว่าเป็นการประสานความร่วมมือเชิงบูรณาการในระดับพื้นที่เพื่อการสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มเปราะบางและเครือข่ายเกษตรกรอย่างทันต่อสถานการณ์  และสามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืนต่อไป

          นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานของนิคมสร้างตนเอง จำนวน 43 แห่งทั่วประเทศ โดยจังหวัดพิษณุโลกมีจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1) นิคมสร้างตนเองบางระกำ และ 2) นิคมสร้างตนเองทุ่งสาน มีภารกิจในการดำเนินการจัดที่ดินให้สมาชิกนิคมสร้างตนเอง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องที่ดินทำกินของประชาชนและกรณีพิพาทเพื่อให้ประชาชนได้มีที่ดินประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นของตนเองโดยชอบด้วยกฎหมายต่อไป