สยามสเนลรุกตลาดครีมหอยทากสเนลเอท กระตุ้นคนไทยใช้ผลิตเครื่องสำอางค์คนไทยที่มีคุณค่าด้านดูแลบำรุงผิวพรรณสูงกว่าสินค้าต่างชาติ30 เท่าและราคาไม่แพง ด้วยคุณค่าผลงานวิจัย เรื่อง การใช้เมือกหอยทากสายพันธุ์ไทยในอุตสาหกรรมความงาม โดยทีมนักวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมเร่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้ครบไลน์ เปิดโปรโมชั่นใหม่จูงใจ ซื้อผลิตภัณฑ์สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงถึง 15,000 บาท ผลักดันยอดขายสินค้าปีนี้100 ล้านบาทและปี2561เพิ่มเท่าตัว 200 ล้านบาท

ศ.ดร.สุพจน์ หาญหนองบัว กรรมการผู้จัดการบริษัท สยาม สเนล จำกัด เปิดเผยว่า ในทุกวันนี้กระแสเมือกหอยทากกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเครื่องสำอางชื่อดังประเทศหนึ่งของโลก และได้คิดค้นผลิตครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของเมือกหอยทากขึ้น จนได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากลูกค้า มียอดขายถล่มทลายทั่วโลก

เมืองไทยของมีหอยทากสัญชาติไทยชนิดหนึ่ง ชื่อ “หอยทากนวล” (Hemiplecta Distincta)เป็นหอยทากที่พบมากแถบภาคอีสานและภาคเหนือของไทย รวมทั้ง ประเทศเพื่อนบ้านในแถบอินโดจีนด้วย มีเมือกที่อุดมไปด้วยสารธรรมชาติหลายชนิด มีสรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา จึงช่วยรักษาสิวได้ดี มีสารออกฤทธิ์ต้านเชื้อโรคที่อยู่ในเขตร้อน ทำให้เหมาะกับสภาพผิวของคนไทยและคนเอเชีย การนำเมือก “หอยทากนวล” มาทำการศึกษาและวิจัยอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการสกัดออกมาได้เป็นเซรั่มเมือกหอยทากบริสุทธิ์ ที่มีความเข้มข้นกว่าตามท้องตลาดทั่วไปถึง 30 เท่า ภายใต้ชื่อแบรนด์ว่า “Siam Snail” (สยาม สเนล)ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมการบำรุงผิว SNAIL8มีผลิตภัณฑ์ดังนี้

เซรั่มบำรุงผิวจากคุณค่าแท้เมือกหอยทากเฉพาะจากส่วนแมนเทิลสูตรเข้มข้น, เซรั่มบำรุงผิวเข้มข้นสูตรไวท์เทนนิ่ง,ครีมบำรุงผิวแอนไทเอจจิ้ง (เดย์ครีม)จากคุณค่าแท้เมือกหอยทากเฉพาะจากส่วนแมนเทิล ,ครีมบำรุงผิวแอนไทเอจจิ้ง (ไนท์ครีม) จากคุณค่าแท้เมือกหอยทากเฉพาะจากส่วนแมนเทิล,ครีมกันแดดสำหรับผิวหน้า สูตรเข้มข้น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าลดเลือนริ้วรอย (มาส์กแผ่น) สูตรเข้มข้น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าเพื่อผิวกระจ่างใส (มาส์กแผ่น) สูตรเข้มข้น

นางธาริณี กาญจนะวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัทสยามสเนล จำกัด เปิดเผยว่าปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์รวม 6 ชนิดแล้ว โดยวางจำหน่ายที่ร้านวัตสันทุกสาขา, โอสถศาลา ซึ่งเป็นร้านขายยาของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ, วุฒิศักดิ์ คลินิก ทุกสาขา, save drug ทุกสาขา และที่คิงเพาเวอร์ รางน้ำ รวมทั้งยังจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เฟซบุ๊กของสเนลเอท และลาซาด้า

“เมื่อปีที่ผ่านมาเราผลิตในแบรนด์สยามสเนล และจำหน่ายภายในจุฬาฯ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก จนทำมาได้ปีกว่า บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในวุฒิศักดิ์ คลินิก ได้เข้ามาร่วมลงทุนและถือหุ้นเป็นสัดส่วน 50% ส่วนกลุ่มผู้เริ่มก่อตั้งยังถือหุ้นอยู่สัดส่วน 50% โดยผู้ร่วมทุนรายใหม่มีเป้าหมายอยากจะขยายสเนลเอท ไปสู่ตลาดโลก หลังจากมีผู้ถือหุ้นรายใหม่เข้ามา จะทำให้เราสามารถทำแผนการตลาดและขยายผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น ในอนาคตยังสามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์ให้ครบไลน์ นอกจากจะมีซีรั่มแล้ว ก็จะเพิ่มตัวคลีนเซอร์ และกลุ่มสกินแคร์ทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาสูตรไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย หรือผลิตภัณฑ์สำหรับบอดี้ได้อีก จากขณะนี้เราจะเน้นผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้า”

ด้านยอดขาย เมื่อปี 2015 ซึ่งเป็นการผลิตและจำหน่ายกันเองมียอดขายประมาณ 20 กว่าล้านบาท และในปี2559หลังจากมีผู้ถือหุ้นใหม่ ได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ ขยายตลาดมากขึ้น และทำแบรนดิ้ง ตั้งเป้ายอดขายปี2560ไว้ที่100 ล้านบาทและในปีหน้าขยายเพิ่มเป็นเท่าตัว 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาหลายเท่าตัว ทั้งนี้ได้จัดให้มีโปรโมชั่นสำหรับผู้ซื้อในช่วงนี้ สามารถนำใบเสร็จลดหย่อนภาษีสู่งถึง15,000 บาท

ส่วนการลงทุนที่ผ่านมา บริษัทใช้เงินลงทุนไปแล้วมากกว่า 50 ล้านบาท ในจำนวนนี้ 30 ล้านบาทเป็นการลงทุนสร้างฟาร์ม หอยทาก ซึ่งเป็นฟาร์มแบบกึ่งธรรมชาติ รวมทั้งโรงรีดเมือก โรงกรองเมือกและผลิตเมือก ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้จะผลิตในประเทศไทยทั้งหมด จากนั้นจะส่งไปยังโรงงานผลิตที่เกาหลีใต้

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร. สมศักดิ์ ปัญหา อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า หอยทากสายพันธุ์ไทยมีอยู่ 600 กว่าสายพันธุ์ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษที่มากกว่าหอยทากสายพันธุ์ จากต่างประเทศ เนื่องจากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญเชื้อโรคในเขตร้อน จึงมีสารที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อโรค ที่มีความหลากหลายได้ดีกว่า และเมื่อเปรียบเทียบความเข้มข้นของเมือกหอยทากพบว่าเมือกหอยทาก สายพันธุ์ไทยมีสารสำคัญที่ให้ประสิทธิภาพสูงกว่าเมือกหอยทากสายพันธุ์ต่างประเทศถึง 30 เท่า ผลงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้างรับรางวัลมาตรฐานระดับนานาชาติ สำหรับแบรนด์สเนลเอท เป็นเจ้าเดียวที่ใช้สารสกัดจากเมือกหอยทากสายพันธุ์ไทยแท้ๆ ซึ่งก็ได้รับรางวัลในระดับนานาชาติมาแล้ว รางวัลแรกที่ได้รับคือจากสำนักวิจัยแห่งชาติ (วช.) รางวัลมาตรฐานระดับนานาชาติ อาทิ คว้าเหรียญทองในงาน 44th International Exhibition of Invention of Geneva ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมของประเทศไทย Premium Products of Thailand-The Pride of Thais ในงาน THAILAND INDUSTRY EXPO 2016