นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานสัมมนา “เรียนรู้ IoT (Internet of Thing) เจาะตลาดเกาหลีใต้ผ่านช่องทางการค้าออนไลน์” ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จับมือ ASEAN – Korea Center (AKC) จากสาธารณรัฐเกาหลี ผนึกกำลังนำผู้เชี่ยวชาญด้าน IoT จากบริษัทชั้นนำของเกาหลีมาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทย ให้สามารถเจาะตลาดการค้าออนไลน์ พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการไทยสามารถเข้าสู่ตลาดเกาหลีใต้และตลาดอื่นๆ อย่างยั่งยืน โดยมีนายโน ควัง อิล เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และนายคิม ยอง ซัน เลขาธิการศูนย์ AKC ให้เกียรติเข้าร่วมงานด้วย

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า “การจัดสัมมนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล IoT ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ โดยผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมสัมมนาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวโน้มอุตสาหกรรม ทิศทางนโยบายและแนวทางการประยุกต์ใช้ IoT กับภาคธุรกิจ ตลอดจนการนำเทคโนโลยี IoT มาพัฒนากระบวนการผลิต และรูปแบบในการดำเนินธุรกิจ โดยมีกรณีศึกษาจากบริษัทชั้นนำจากเกาหลี นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังจะได้เจรจาแลกเปลี่ยนข้อมูลกับพันธมิตรทางการค้า และรับบริการการให้คำปรึกษาเชิงลึกเป็นรายบริษัทอีกด้วย กิจกรรมในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนที่แน่นแฟ้นระหว่างสาธารณรัฐเกาหลีและประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันให้ไทยสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัลอย่างสมดุลและยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล”

นายคิม ยอง ซัน เลขาธิการศูนย์ AKC กล่าวว่า “การสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญสำหรับประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีในการพัฒนาเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าการลงทุน เพื่อร่วมกันเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทยสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ศูนย์ AKC คาดหวังว่าโครงการในวันนี้จะเป็นประโยชน์และสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการไทย รวมทั้งพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ MSMEs ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก”

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้ให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสทางการค้า และสนับสนุนผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SMEs ให้สามารถทำการค้าระหว่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ จึงได้พัฒนาตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในนามเว็บไซต์ไทยเทรดดอทคอม (Thaitrade.com) ขึ้นในปี 2554 ตลอดจนร่วมกับพันธมิตรด้านดิจิทัลระดับโลก อาทิ Amazon, Alibaba, PayPal, eBay, Google, Line และ Facebook ในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย และผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลกผ่านช่องทางการค้าออนไลน์อีกด้วย